วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

อ้อมกอดครั้งสุดท้าย

            มนุษย์เมื่อเกิดมาแล้วย่อมหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด ความแก่เฒ่าและความตายไม่พ้น สิ่งที่ทุกคนปรารถนาคือ การตายอย่างสงบ ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ทุกข์ทรมาน ปี2555 ฉันเพิ่งมารู้ว่าสิ่งที่ตนเองได้ปฏิบัติมาตลอด นักวิชาการเขาเรียกว่า   การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เริ่มจากการเห็นผู้ป่วยมะเร็งที่มารักษาที่ตึกศัลยกรรมหญิง มีความทุกข์ทรมานมาก ฉันจึง      เข้าไปพูดคุย แสดงความเห็นอกเห็นใจ บางครั้งต้องอดทนอารมณ์หงุดหงิดกราดเกรี้ยว ไม่มีสูตรสำเร็จในการดูแลผู้ป่วย    แต่ละคน การปฏิบัติถูกปรับเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ผู้ป่วยทุกคนอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ ดังเช่นเรื่องราวของขาว     บุญพามารู้จักกัน

            ขาว (นามสมมุติ ) หญิงสาวแม่ลูกสองอายุ 36 ปี ฉันได้รู้จักเธอเดือนตุลาคม 2555  แรกรับเธอมีอาการท้องโต  ปวดท้องมาก หายใจเหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ หน้าตาซูบซีด หลังจากแพทย์เจาะท้องระบายน้ำออก  ท้องยุบลงทันตาเห็น อาการเหนื่อยลดลง พอขยับได้บ้าง แต่ก็ปวดเมื่อยตามร่างกาย ฉันจึงช่วยนวดแขน นวดหลัง นวดขาให้  เป็นอย่างไร           ดีขึ้นไหมคะ ฉันถามขณะนวด เธอตอบว่า  “ดีคะ รู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย” ฉันถามต่อว่าแล้วรู้สึกหายปวดหรือเปล่า    “เธอยิ้มน้อย ๆ พูดว่า  ไม่หายปวดหรอกพี่ แต่มันรู้สึกสบายขึ้น” หลังจากวันนั้นฉันได้เข้าไปพูดคุยกับเธอและแม่ซึ่งอยู่เฝ้าดูแลเกือบตลอดว่า  “สายตาแม่แทบไม่เคยห่างหายจากขาว”  ฉันรู้สึกได้ถึงความรักของแม่ ความผูกพันของแม่ลูกคู่นี้  บางวันสามีจะพาลูกสาวอายุ 4 ขวบ ลูกชายอายุ 2 ขวบ มาเยี่ยมให้กำลังใจขาว

            พี่คะหมอแนะนำจะให้เคมีบำบัด หนูกลัว ดิฉันจับมือคนไข้แล้วพูดให้กำลังใจทั้งคนไข้และญาติว่า “พี่จะคอยเป็นกำลังใจและหมั่นไปเยี่ยมบ่อย ๆ นะ  พูดถึงความกลัวทุกคนก็กลัวทั้งนั้นแหละ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วเพื่อที่จะได้อยู่กับลูกและแม่หนูต้องอดทนนะคะ” หลังให้ยาเคมีบำบัด ขาวอาการดีขึ้น  กลับไปอยู่บ้านได้ไม่นาน ต่อมาขาวอาการ   ทรุดหนัก เพราะโรคได้ลุกลามไปอภัยวะอื่นทำให้ ปวดท้อง ท้องแข็ง เหนื่อย กินไม่ได้ อาเจียนทุกครั้งเมื่ออาหารตกถึงกระเพาะ แต่ก็อยากกินทุกอย่าง แม่และสามีก็ซื้อมาให้กิน บางครั้งกินเข้าปากแล้วบ้วนทิ้งเพื่อจะได้ไม่อาเจียน นอนก็ไม่หลับ น่าสงสารมาก “หนูไม่ไหวแล้วหนูอยากตายเหลือเกินมันทรมานมากบางครั้งพูดไปร้องไห้ไป ” พี่นวดหลังให้หนูหน่อย ให้หนูหลับก่อนนะแล้วพี่ค่อยไป แม่หนูนวดก็ไม่เหมือนพี่นวด แฟนหนูนวดก็ไม่เหมือนพี่นวด ทั้งๆ ที่พี่สอนแล้ว ดิฉันนวดให้ซักพักใหญ่ขาวก็หลับไป ฉันจึงชวนแม่ออกมาคุยข้างนอกห้อง สีหน้าที่บ่งบอกความทุกข์ใจของแม่  ทำให้ฉันบอกว่า  พี่เข้าใจและเห็นใจความรู้สึกทุกข์ทรมานทั้ง 2 คน มีอะไรจะให้พี่ช่วยไหมคะ  หนูสงสารลูกเหลือเกินไม่รู้จะทำอย่างไร  รู้อย่างนี้หนูไม่ให้หมอทำผ่าตัดหรอกแม่พูดไปร้องไห้ไป  ฉันให้เหตุผลไปว่า แต่ถ้าไม่ทำผ่าตัดลูกจะนอนไม่ได้ ท้องก็โต แน่นอึดอัดนอนไม่สบาย ลูกทรมานมากก่อนเจาะท้องใช่ไหม แม่ทำดีที่สุดแล้วอย่าโทษตัวเองเลย แม่ต้องเข้มแข็งนะ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย ถ้าป่วยลูกจะขาดที่พึ่งนะคะ

            วันต่อมาฉันขึ้นไปเยี่ยมอาการอีก พอเห็นหน้าก็ยกมือสวัสดีทั้งแม่และลูกด้วยความดีใจ ฉันถามว่า  วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง  ขาวสีหน้าหม่นหมองตอบว่า เหมือนเดิมแหละพี่กินไม่ได้นอนก็ไม่หลับปวดทรมาน หนูอยากกลับบ้าน      ฉันถามต่อ อยากให้พี่ช่วยอะไรไหมคะที่จะทำให้สบายใจบ้าง แม่และขาวตอบพร้อมกันว่า อยากทำสังฆทาน ฉันตอบตกลงพรุ่งนี้จะช่วยเตรียมของมาให้ แม่ขาวรีบบอกว่า เงินหนูไม่มีแต่ไม่เป็นไรเกรงใจพี่เดี๋ยวไปขอเรี่ยไร บอกบุญเพื่อนบ้าน วันรุ่งขึ้นแม่ก็ได้สังฆทานมา 1 ถัง จริง ๆ  ฉันช่วยเตรียมอาหาร หวาน คาว ดอกไม้ ธูป เทียน มาให้  เจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยนิมนต์พระมาให้ 1 รูป  หลังจากวันนั้น ฉันขึ้นมาเยี่ยมอีก  ขาว...แม้ว่าจะซูบผอมหนังหุ้มกระดูก รีบยกขึ้นนั่ง ยกมือไหว้ ฉันรับไหว้ เธอมองฉันด้วยสายตาระห้อย หมดอาลัย โดยไม่คาดฝัน ขาวยกแขน 2 ข้างขึ้น แล้วโผเข้ากอดฉัน “ พี่คะ หนูขออนุญาต   เรียกพี่ว่าแม่นะ หนูรักพี่เหมือนแม่คนที่ 2 ของหนูเลย ” พูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉันตกใจพยายามตั้งสติและกลั้นน้ำตาไว้ แล้วโอบกอดตอบ “คะแม่ก็รักหนูเช่นกันแล้วหนูอย่าลืมไปกอดแม่ผู้ให้กำเนิดหนูด้วยนะ”เพราะแม่เขารักหนูมากดูแลหนูเป็นอย่างดีไม่ได้หลับไม่ได้นอนเห็นไหมคะ แม่คนนี้ขอให้หนูตั้งสติให้ดีวันที่ลูกจะจากแม่ไปให้ลูกคิดถึงบุญกุศลคุณงามความดีที่หนูทำมาทั้งชีวิตจะได้ไปพบสิ่งดี ๆ ในภพหน้านะ คะ แต่หนูก็ยังไม่อยากตายอยากทำงานหาเงินให้แม่ ดูแลแม่ให้สบายกว่านี้ หนูยังไม่ได้ทำเลย หนูทำได้คะ เพียงแค่กอด พูดคุย แสดงความรักกับแม่
         
           ขาวมีสีหน้าดีขึ้น เหมือนตัดสินใจได้ เธอขอกลับบ้าน ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายกับแม่ สามี และลุกทั้งสอง 3วัน หลังจากนั้น ขาวก็เสียชีวิตอย่างสงบ

หนึ่งเดือนกว่าที่ฉันได้ไปเยี่ยมเยียนดูแลพุดคุยให้กำลังใจขาว  ทำให้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจ ประทับใจ ได้เรียนรู้ว่า
            1.เมื่อคนรู้ตัวว่าจะตายจะคิดถึงบ้านที่เคยอยู่และอยากกลับบ้าน
            2.คิดถึงสิ่งที่ยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณ พ่อ-แม่
            ฉะนั้น ขณะที่มีชีวิตอยู่ก็ควรจะหมั่นสร้างความดี ทำบุญกุศล ทดแทนพระคุณพ่อ-แม่ ก่อนที่จะไม่ได้ทำนะคะ


ผู้เขียน   นางสาวนารี  สมโภชน์
บรรณาธิการเรื่องเล่า  นางกาญจนา  สรรพคุณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น