วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

นาทีชีวิต พิชิตพิษงูเห่า

วันหนึ่งหลังจากหยุดพักผ่อนมาหลายวัน ฉันขึ้นปฏิบัติงานเวรบ่าย ซึ่งบางเวรก็ ยุ่งสุดๆเหมือนกัน ทั้งรับใหม่ รับย้ายและกลับบ้าน ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเป็นอย่างดีก่อนมาทำงาน  เวรบ่ายวันนั้น ฉันได้รับมอบหมายเป็นตำแหน่ง Member ซึ่งทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ในงานที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งอกตั้งใจ  บรรยากาศค่อนข้างเงียบ จำนวนผู้ป่วยไม่มาก ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ตื่นเต้นเกิดขึ้น เวลาประมาณ 18.00 น. ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหัวหน้าเวรรับOK Admit ผู้ป่วยจาก OPD นอกเวลา 2 คน ทันทีที่วางโทรศัพท์ เสียงกริ๊งที่ 2 ก็ดังขึ้น ครั้งนี้รับย้ายผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบจากตึกพิเศษ 1 คน และต่อมารับใหม่จาก ER 1คน บรรยากาศในWard คึกคักขึ้นทันที  พยาบาลและผู้ช่วยเหลือคนไข้ ต่างช่วยกันเคลื่อนย้ายเตียงผู้ป่วยเพื่อรับใหม่และรับย้าย อย่างค่อยข้างวุ่นวายแข่งกับเวลา เพื่อเตียงจะได้พร้อมรับเมื่อผู้ป่วยมาถึงตึก  โดยจัดเตรียมเตียง 9 ซึ่งอยู่ใกล้เคาน์เตอร์พยาบาลไว้รองรับผู้ป่วยถูกงูกัดเพื่อสามารถสังเกตอาการผู้ป่วยได้ใกล้ชิด

รับใหม่จาก ER  ลงเตียงไหนครับ  พนักงานเปลรายงานตัวเสียงดังฟังชัด  เตียง 1 ค่ะ  ฉันบอกพร้อมกับช่วยย้ายผู้ป่วยลงเตียง  สวัสดีค่ะคุณป้า งูอะไรกัด เห็นตัวมันหรือเปล่าค่ะ  ฉันซักประวัติและตรวจร่างกาย  ฉันเห็นงูตัวสีดำ มันไวมากๆ ฉกที่เท้าซ้าย”  ผู้ป่วยหญิงชราอายุ 71 ปี บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจ   ขณะพูดคุยซักถามอาการฉันเปิดผ้าก๊อสที่ปิดแผลออกดูเพื่อประเมินลักษณะบาดแผล  จากประสบการณ์ที่ทำงานมามากกว่า 10 ปี ทำให้ฉันสังเกตพบว่า รอยแผลที่ถูกงูกัดมันผิดปกติจากที่เคยพบมา ฉันคิดในใจ มันอาจจะเกิดจากงูเห่า เพราะลักษณะของรอยเขี้ยวที่ถูกกัด จุดสีดำและรอบๆแผลแดงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในเวลาไม่กี่นาทีผู้ป่วยบ่นปวดมากและเริ่มกลืนลำบาก กระสับกระส่าย  เป่าPeak Flow < 200 ml  นายแพทย์ธนากรรายงานแพทย์Staff อายุรกรรม และสั่งให้ฉันออกมาจากเตียงโดยที่ไม่ได้บอกญาติและผู้ป่วยเพื่อไม่ให้วิตกกังวลมากขึ้น   ฉันมาปรึกษากันในทีมพยาบาล  หัวหน้าเวรเข้าไปประเมินซ้ำและลงความเห็นเหมือนฉัน   จึงรีบรายงานแพทย์เวรใน  นายแพทย์ธนากรหลังจากรับรายงานจากพยาบาล ก็ให้ความใส่ใจผู้ป่วยดีมาก รีบขึ้นตรวจอาการผู้ป่วยทันที   ช่วงนี้ผู้ป่วยรู้ตัวรู้เรื่องแต่หายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น เริ่มมีหนังตาตก เตรียมผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ขณะใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยดิ้นไปมา  ใส่ยากมากจน Vocal Cord บวม เริ่มมีจุดเลือดออกตามเยื่อบุในคอ  สถานการณ์เริ่มตึงเครียด  พยาบาลหัวหน้าทีมปรึกษาแพทย์ขอให้พยาบาลวิสัญญีมาช่วยอีกแรง   เวลาไม่นานพยาบาลวิสัญญีก็มาถึง  พี่เตี๋ยวของเราเก่งมากๆและใจเย็นมาก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยน ทีมพยาบาลและแพทย์ร่วมมือกันแข็งขัน การใส่ท่อช่วยหายใจสำเร็จไปได้ด้วยดี และรีบย้ายผู้ป่วยลงตึก ICU1 ขณะที่จะย้ายผู้ป่วยลง ICU1 หัวหน้าทีมให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้น้องศิริพร ไปรับยาด่วนCobra Antivenum จากห้องยา เพื่อที่จะได้เริ่มยาทันทีที่ถึงตึกICU1 ฉันรู้สึกว่าน้องศิริพรที่ปกติดูเหมือนคนไม่ค่อยมีแรง ในเวลานั้นช่างเดินได้รวดเร็วทันใจจริงๆ   เมื่อฉันไปส่งผู้ป่วยที่ ICU1 ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี   เจ้าหน้าที่น่ารักทุกคน หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป ฉันได้ติดตามสอบถามอาการผู้ป่วย ทราบว่าเธอปลอดภัย อาการดีขึ้นย้ายไปอยู่ห้องพิเศษได้  แต่ยังมีแผลที่เท้าที่ต้องได้รับการดูแลต่อไป
             จากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ฉันและทีมการพยาบาลรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ได้ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราไม่มีเสียใจที่ได้เกิดมาในวิชาชีพพยาบาลได้มีโอกาสดูแลผู้ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยและท้ายสุดต้องขอกล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทีมสหสาขาวิชาชีพทุกสาขาที่ให้ความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมแก้ไข และร่วมดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยจนสามารถรอดพ้นจากนาทีชีวิต สยบอันตรายจากพิษของงูเห่าตัวนี้ได้ ขอยืนหยัดสู้ๆๆคะ


                                                      บันทึกเรื่องเล่าโดย นางสาวอมาวสี  มั่นจิตร
                                                      พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยอายุรกรรม 4
                                                                    บรรณาธิการเรื่องเล่าโดย  นางกาญจนา   สรรพคุณ  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น